สมัยก่อนหัวหน้ากองปราบฯ ลั่น รับไม่ได้เห็นคลิป คฝ.กระทืบพสกนิกรมือเปล่า

ร้านพวงหรีด ดอกไม้สด aorest เสนอข่าว  วันนี้ (11 ส.ค. 64) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวิดีโอ ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และ อีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

 

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย

 

“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

 

10 สถิติของ “ลิโอเนล เมสซี” กับ บาร์เซโลนา หลังจากย้ายซบ PSG

ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้

เกียรติยศในแง่รางวัลทั้งกับสโมสรและราวัลส่วนตัวนั้นมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล บัลลงดอร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6 สมัยด้วย

“เมสซี” จำต้องอำลาสโมสรไป แต่คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจเพราะเขาเดินออกมาในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล พร้อมกับฝากความทรงจำและประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็คงยากที่จะมีใครมาลบเลือนมันลงไปได้

นี่คือ 10 สถิติที่ ลิโอเนล เมสซี ฝากเอาไว้ใน คัมป์ นู แห่งนี้ หลังจากที่เข้าย้ายไปร่วมทีมใหม่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย

1) ดาวซัลโวตลอดกาล: เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ บาร์เซโลนา ด้วยสถิติ 672 ประตู

2) ลงเล่นมากที่สุด: เขาลงเล่นให้สโมสร 778 นัด มากกว่าอันดับสอง ชาบี เอร์นานเดซ อยู่ถึง 11 นัด

3) ทำประตูได้มากที่สุดให้กับสโมสรเดียว: จำนวน 672 ประตูในทุกการแข่งขันของเขา นั้นมากกว่าใคร

4) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวในทุกการแข่งขัน: ชาว อาร์เจนตินา ยิงได้ 73 ประตูในฤดูกาล 2011/12

5) ดาวซัลโว เอล กลาซิโก้: เมสซี ยิงประตูใส่ เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลของพวงเขาได้ถึง 26 ประตู

6) แฮตทริคมากที่สุด: กองหน้ารายนี้ทำแฮตทริกได้ 48 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

7) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในปีปฏิทินเดียว: ในปี 2012 เขามีสถิติการทำประตูอันแสนอัศจรรย์ด้วยจำนวนรวม 91 ประตู ซึ่งไม่ใช่แค่สถิติของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติโลกลง กินเนสส์ บุ๊ค อีกด้วย

8) ประตูที่ทำได้มากที่สุดจากการยิงฟรีคิก: นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ยิงได้ 50 ประตูจากฟรีคิก

9) ประตูในบ้านมากที่สุดเกมเหย้ามากที่สุดในฤดูกาลเดียว: เมสซี ฝากผลงานไว้ 46 ประตูที่ คัมป์ นู ในทุกการแข่งขันในฤดูกาล 2011/12 – ซึ่งมากที่สุดในหมู่ผู้เล่น บาร์เซโลนา

10) ประตูสูงสุดที่ทำได้ในรายการ โจน กัมเปร์: ด้วยจำนวนรวม 9 ประตู

งานแตกออกอีก! บาร์เซโลน่า กุมขมับทันที “อเกวโร่” เจ็บจำเป็นต้องพักยาว 3 เดือน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่ง ลาลีกา ประเทศสเปน จำเป็นต้องพบกับข่าวร้ายตลอดปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ แผงหน้าทีมชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่า ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมจำเป็นต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จากการรายงานของ 90min.com เว็บดังในโลกลูกหนัง

โดย ดาวเตะฟ้าขาววัย 33 ปี เพิ่งย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนประเดิมสนามในเกมเตรียมพร้อมเจอกับ ยูเวนเหม็นตุส แล้วได้รับบาดเจ็บซึ่งเบื้องต้นทีมคาดว่าจึงควรใช้เวลาพัก 3-4 อาทิตย์

อย่างไรก็ตามผลสแกนจากทีมแพทย์เผยว่า เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเอ็นบริเวณน่อง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับการรักษานานถึง 3 เดือน (โดยประมาณ 10 อาทิตย์) โน่นพอๆกับว่าเจ้าตัวจะฟิตกลับมาลงสู่สนามช่วยทีมได้จำเป็นต้องคอยถึงช่วงพฤศจิกายน เลยทีเดียว

สำหรับ บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมหนักในช่วงก่อนถึงพฤศจิกายน โดยจะมีอีกทั้งเกมที่จำเป็นต้องไปเยือน แอต.มาดริด, เยือน เรอัล มาดริด แถมในช่วงฤดูกาลนี้ทีมยังจำเป็นต้องมาเสีย ลิโอเนล เมสซี่ แผงหน้ากัปตันทีมคนเก่งหลังประสบเจอกับปัญหาด้านการเงินอย่างมากไม่สามารถต่อสัญญากับลำแข้งสำคัญได้หากแม้เจ้าตัวจะยอมลดค่าแรงงานลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้วหลังจากนั้นก็ตาม

ด้าน โรนัลด์ คูมัน กุนซือเผยว่า “มันห่วยที่เขาได้รับบาดเจ็บในเช้าวันนี้ ที่ผ่านมา เขาซ้อมได้ดี แล้วก็เขาสามารถมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อทีมที่จะก้าวไปด้านหน้าไปกับพวกเรา”

คนงามได้เฮ! ปีทองของ “ฮุยเทมา” วันเดอร์คิดสาวแคนาดาซิวทองโอลิมปิก

ถือเป็นปีทองคำของสาวสวยยอดนักเตะคนนี้จริงๆสำหรับ ยอร์ดีน ฮุยเทมา วันเดอร์คิดแม่เนื้อนุ่มทีมชาติแคนาดา

เมื่อปัจจุบัน แผงหน้าวัย 20 ปี ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับทีมชาติบอลหญิงแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะในช่วงดวลจุดลูกโทษเหนือ ทีมชาติสวีเดน 3-2 ข้างหลังใน 120 นาทีเสมอกันแบบสุดใกล้เคียง 1-1

ซึ่งให้ย้อนไปก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่ม ฮุยเทมาก็พึ่งจะคว้าแชมป์บอลลีกหญิงของฝรั่งเศสกับสังกัดเดิมอย่าง กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้ว เรียกได้ว่าบรรลุผลสำเร็จใน 2 รายการใหญ่ข้างในฤดูกาลเดียวกันไปเลย

สำหรับ สาวน้อยฮุยเทมา เชื่อว่าแฟนกีฬาบอลผู้คนจำนวนมากบางทีก็อาจจะพอเพียงรู้จักเธอ จากการที่เป็นหวานใจของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ตัวขอบเส้นสุดจี๊ดของ บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีทีมชาติแคนาดา เรียกได้ว่าตลอด 4 ปีที่ เดวีส์ แล้วก็ ฮุยเทมา คบกัน ทั้งสองถือเป็นแฟนนักฟุตบอลระดับการเกิดของชาวแคนาดาที่สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างยิ่ง

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคเซ่น” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคบวงสรวง กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมเจอหน้าเพื่อนพ้องๆในกลุ่ม รอประเมินว่ากลับมาลงสู่สนามได้ไหม

คริสเตียน อิริคบวงสรวง เดินทางกลับมาเจอหน้าเพื่อนพ้องๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกนับตั้งแต่ที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงสู่สนามได้ไหม

อินเตอร์ มิลาน คำอธิบายยืนยันการกลับมาของ เอริคบวงสรวง สู่สโมสรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมเจอ ฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่สโมสร อย่างไรก็ดี ต่อจากนี้นักฟุตบอลจะกลับไปรักษาตัวต่อที่วัวเปนเฮเก้นคำอธิบายจากสโมสรกำหนด “อิริคบวงสรวง ที่ทักทายผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มและก็สตาฟฟ์ทุกคนตรงนั้น สบายดีและก็สภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็ดีเลิศ”

“อิริคบวงสรวง จะประพฤติตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายจากที่แพทย์ชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะรอประสานงานการดูแลรักษาที่จะตามมาและก็จะรอแจ้งข้อมูลให้ข้างแพทย์ของ อินเตอร์ รู้”

ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ในกรณีของ เอริคบวงสรวง บางทีอาจไม่ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นบอลในอิตาลี ถ้าหากมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจภายในร่างกาย เพราะเหตุว่ากฎของบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักฟุตบอลที่มีอุปกรณ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นในตัวลงสู่สนาม ไม่เหมือนกับลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบพระคุณ

ผู้จัดงานสุดบอบช้ำ! สเปน เฉือน ประเทศญี่ปุ่น ขยายเวลา 1-0 ทะลุชิงทองลูกหนังโอลิมปิก

การแข่งขันชิงชัยบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” ทีมชาติญี่ปุ่น พบกับ “วัวกระทิงดุ” สเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564

เริ่มเกมมาเพียง 6 นาที สเปน เกือบได้ทางออกนำ ดานี่ โอลโม่ ฉุดกระชากขึ้นทางซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง ไม่เกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นเกือบได้เช่นเดียวกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนซัดข้ามคานออกไป แต่จังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนไปว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 ทีมเยือนเกือบได้อีกทีจากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในเขตโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งโผบินข้ามคานออกหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ ระอุโบะ ฉุดกระชากบอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 51 เจ้าของบ้านได้ช่องอีกทีจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้หน้าเขตโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดายนาทีที่ 56 เกมจำเป็นต้องหยุดเพราะเหตุว่าผู้ตัดสินเป่าจุดลูกโทษให้กับ สเปน หลังคิดว่า มายะ โยชิดะ ไปทิ่ม ไม่เกล เมริโน่ ล้มลง อย่างไรก็แล้วแต่ภายหลังที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังญี่ปุ่น ทิ่มโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “วัวกระทิงดุ” เกือบได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปไถล อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดคนเดียวเข้าไปยิงด้วยขวาแต่ วัวเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ด้านหลังเกม สเปน โหมบุกหนักแล้วก็เกือบได้หลายหนจาก ไม่เกล โอยาร์ซาบัล แล้วก็ ราฟา มีร์ แต่ก็ยังไม่อาจจะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จำเป็นต้องขยายเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 สเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ มาร์โก อเซนสิโอ้ พลิกแล้วปั่นด้วยซ้ายทิ่มเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม สเปน เฉือนเอาชนะ ญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” ทีมชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม นี้

รายนามผู้เล่นของทั้งคู่ทีม
ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : วัวเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, วัว อิตาระอุระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ ระอุโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
สเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค ฉันฉันเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา ตอร์เรส, ออสการ์ กิล – ไม่เกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลโม่, ราฟา มีร์, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง ข้างหลังเอาชนะ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 ครอบครองแชมป์ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครองเป็นสมัยเเรก

การแข่งขันฟุตบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ตราสุนัข” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร อีการ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลที่ตามมา ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ จ่ายบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ครึ่งหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด กระทั่งนาทีที่ 71 เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโน จำต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม อดีตกองกลางลิเวอร์พูล ลงมาเพื่อหวังยกระดับเกมแดนกลาง

หลังจากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แม้กระนั้นโดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ขณะที่เหลือเปแอสเช พยายามฝ่าใส่ ลีลล์ อย่างมาก แม้กระนั้นในที่สุดก็เจาะเข้าไปทำคะแนนไม่ได้ จบเกม ลีลล์ เป็นฝ่ายเอาชนะ 1-0 ครอบครองแชมป์ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอง ก่อนที่จะลีก เอิง ฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากในสุดสัปดาห์หน้า

นายใหม่หน้าเก่า! “อัลเลกรี” หวนคุมทีมยัน “โรนัลโด้” เป็นกำลังสำคัญ ยูเวนเหม็นตุส

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ผู้จัดการทีมฟุตบอลใหญ่ของชมรม ยูเวนเหม็นตุส ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ออกมาการันตีว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยังคงค้าแข้งใน ตูริน ถัดไป ท่ามกลางกระแสข่าวลือหัวข้อการย้ายกลุ่มก่อนข้อตกลงของเขาจะหมดลง ตามรายงานจาก แมนเชสเตอร์ อิฟนิงนิวส์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วกลายเป็นข่าวเชื่อมโยงกับกองหน้าชาวโปรเหม็นตุกีสมาตลอดตอนซัมเมอร์ หลังจากที่มีรายงานว่าเจ้าตัวบางทีอาจจะต้องย้ายกลุ่มเนื่องด้วยปัญหาเกี่ยวกับทางการเงินของกลุ่ม เบียงวัวเนรี รวมทั้งผลงานที่ล้มเหลวจากฤดูกาลก่อน

อย่างไรก็ตาม อัลเลกรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้กลับมาปฏิบัติภารกิจผู้จัดการทีมฟุตบอลของ ยูเวนเหม็นตุส เป็นคำรบสองได้การันตีผ่านสื่อว่า เขายังคงต้องการเก็บ โรนัลโด้ เอาไว้กับกลุ่มถัดไป โดยได้มีการคุยกับเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

“โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่รวมทั้งเป็นคนฉลาด ผมได้คุยกับเขาเมื่อวานนี้อย่างกับที่ทำกับผู้อื่นผมบอกเขาว่านี่เป็นฤดูกาลที่สำคัญรวมทั้งผมชอบใจที่ได้พบกับเขาอีกที ขณะนี้เขาจะต้องรับผิดชอบเยอะขึ้นกว่าเดิม เพราะว่า 3 ปีให้หลังเราเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์เยอะขึ้น ในขณะที่มีนักเตะดาวรุ่งอยู่ในกลุ่มด้วย”

“ผมมุ่งหวังไว้มากกับเขาในเรื่องของความรับผิดชอบ เขามีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมรวมทั้งฟิตมาก มันมีขณะที่แตกต่างออกไปในหนึ่งซีซัน เราจะต้องลงเล่นหนึ่งเกมในทุกๆสามวัน ผมก็เลยต้องเวียนนักเตะ รวมทั้งให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วย” อัลเลกรี กล่าว

ย้ายหรือเปล่าย้าย? “ฮาแลนด์” เปิดใจข้างหลังถูกลือหนักจัดแจงซบ เชลซี ซัมเมอร์นี้

เอ้อร์ลิง ฮาแลนด์ แนวรุกฟอร์มร้อนแรงของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาเปิดเผยเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับอนาคตของตน ภายหลังที่ตกเป็นข่าวสารกับ เชลซี ทีมมหาเศรษฐีจาก พรีเมียร์ลีก ตลอดช่วงซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ตามรายงานจาก เดลี่เมล์

เชลซี ตกเป็นข่าวสารไล่ล่าตัว ดาวยิงวัย 21 ปี โดยมีแถลงการณ์ว่าพวกเขาพร้อมทุ่มเงินกว่า 150 ล้านปอนด์ พร้อมแถมนักเตะบางรายเป็นคำแนะนำให้กับ “เสือเหลือง” ไตร่ตรอง แม้กระนั้นก็โดนปฏิเสธเป็นที่เป็นระเบียบ

เว้นแต่ เชลซี แล้ว ฮาแลนด์ ยังมีข่าวสารกับ เรอัล มาดริด แล้วก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีความสนใจดึงแนวรุกรายนี้ไปล่าตาข่ายด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นก็ยังไม่มีรายงานหัวข้อการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการจากทั้งคู่ทีม

แต่ ดาวซัลโวของดอร์ทมุนด์ ก็ได้ออกมากล่าวถึงหัวข้อนี้เป็นครั้งแรกข้างหลังกลับมาเก็บตัวช่วงพรีซีซั่นกับชมรมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเจ้าตัวกล่าวว่าข่าวสารที่ออกมานั้นไม่เป็นความจริงอะไร

“ก่อนหน้านี้ผมมิได้คุยกับเอเยนต์ (ไม่โน่ ไรโอล่า) มาเป็นเดือนแล้ว โดยเหตุนั้นคุณก็ได้คำตอบเป็นระเบียบ มันเป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือ เพราะค่าตัวขนาดนั้นมันสูงมากๆสำหรับคนคนหนึ่ง”

“ผมยังเหลือข้อตกลงอีกสามปี ผมสุขสบายที่ได้อยู่ตรงนี้ แม้กระนั้นแน่ๆว่าการได้แชมป์เกิดเรื่องที่สำคัญ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ผมปรารถนา” ฮาแลนด์ กล่าว

มาดริด เปิดฉากอุ่นแพ้ เรนเจอร์ส 2-1

เรอัล มาดริด เปิดฉากนัดเตรียมพร้อมภายใต้การคุมกลุ่มของ คาร์โล อันเชลอตติเตียน พ่ายแพ้ เรนเจอร์ส 2-1 ในกศึกฟุตบอลกระชับมิตรสมาพันธ์

ศึกฟุตบอลกระชับมิตรสมาพันธ์ คืนวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านในสนาม ไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม ระหว่าง “กษัตริย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ลงในสนามเจอ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส แชมป์ลีกวิสกี้

เรอัล มาดริด วันนี้จะได้มาเยี่ยม ไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม ของแชมป์ลีกสก็อตอย่าง เรนเจอร์ส โดยวันนี้พวกเขายังขาดตัวหลักที่ไปรับใช้กลุ่มชาติหลายท่านและก็ยังไม่ฟิตลงเล่น
จำนวนมากเลยเป็นชุดผสมดาวรุ่งและตัวที่ถูกปล่อยยืมกลับมาอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด และก็ ลูก้า โยวิช

ผลปรากฎว่า เรอัล มาดริด เปิดฉากนัดเตรียมพร้อมภายใต้การคุมกลุ่มของ คาร์โล อันเชลอตติเตียน พ่ายแพ้ เรนเจอร์ส 1-2 โดย เรนเจอร์ส ได้ประตูจาก ฟาชิออน ซาค้างลา นาทีที่ 55 เเละ เซดริช อิตเท่น นาทีที่ 77

ส่วน “กษัตริย์ชุดขาว” ได้ประตูจาก โรดรีโก้เก๋ นาทีที่ 8 เเละ เรอัล มาดริด จะต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ทุ่งนาโช เฟอร์นันเดซ โดนใบเหลืองที่สองแปลงเป็นใบแดง ถูกไล่ออกจากสนามไป นาทีที่ 76

สำหรับ นัดต่อไป เรอัล มาดริด จะส่งท้ายเจอกับ เอซี มิลาน